ทางบริษัทฯ ได้รับสิทธิตามมาตรา 36(1) โดยนำเข้าวัตถุดิบผ่าน BOI แล้วนำไปผลิตชิ้นส่วนพลาสติกโดยขายภายใต้ BOI จึงมีคำถามว่า เศษหรือของเสียจากการกระบวนการผลิต ต้องดำเนินการอย่างไร จำเป็นต้องส่งออกอย่างเดียวหรือไม่ ถ้าไม่ต้องดำเนินการอย่างไร ถ้าจะขาย scrap ภายในประเทศดำเนินการได้หรือไม่ ถ้าได้ต้องดำเนินการอย่างไร
ส่วนสูญเสียของวัตถุดิบ แบ่งเป็น 2 ชนิดคือ
1. ส่วนสูญเสียในสูตร
– รวมปริมาณการสูญเสียไว้ในสูตรการผลิตแล้ว
– ไม่ต้องยื่นตัดบัญชีส่วนสูญเสีย เนื่องจากถูกตัดไปพร้อมกับการตัดบัญชีสินค้าตามใบขนหรือ report-v แล้ว
– แต่เนื่องจากเศษซากยังอยู่ในประเทศ ดังนั้น หากเศษซากมีมูลค่าเชิงพาณิชย์ ต้องขอส่งออกต่างประเทศ หรือหากจะจำหน่ายในประเทศ ต้องขอชำระภาษีตามสภาพเศษซาก
2. ส่วนสูญเสียนอกสูตร
– ไม่รวมปริมาณการสูญเสียไว้ในสูตรการผลิต
– ต้องแยกเก็บ ห้ามปะปนกับส่วนสูญเสียในสูตร
– ต้องขอส่งออกไปต่างประเทศ หรือหากไม่ส่งออก ต้องขอทำลายและชำระภาษีตามสภาพเศษซากหลังทำลาย จากนั้นจึงนำมาปรับยอด (ตัดบัญชีส่วนสูญเสียนอกสูตร)
กรณีของบริษัท (A) ซื้อวัตถุดิบจากบริษัทที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน (B) และบริษัทตัดบัญชีวัตถุดิบเป็น report v. ให้กับบริษัท (B) ทุกสิ้นเดือน ในกรณีที่บริษัทมีส่วนสูญเสียทั้งในและนอกสูตรเป็นส่วนสูญเสียมีมูลค่าเชิงพาณิชย์ บริษัทจะต้องทำการชำระภาษีโดยคำนวณจากอะไรเป็นเกณฑ์
การชำระภาษีส่วนสูญเสีย จะพิจารณาตามสภาพเศษซาก ตามที่ BOI มีหนังสือแจ้งไปยังกรมศุลกากรเพื่อให้เก็บภาษีโดยกรมศุลกากรจะเป็นผู้ไปตรวจและประเมินอากร เช่น ถ้าส่วนสูญเสียเป็นเศษขี้กลึงอลูมิเนียม 1,000 กก. ราคาประเมิน กก.ละ 80 บาท (สมมุติ) อัตราอากรขาเข้า 0% ก็จะเสียภาษีเฉพาะ vat คือ 1,000 x 80 x 7% = 5,600 บาท
เนื่องจากบริษัทขออนุญาตส่งออกส่วนสูญเสียแล้วตัดบัญชี ซึ่งมีการโอนสิทธิ์ตัดบัญชีให้กับทาง Vendor ด้วย แต่ผ่านไป2-3ปี เอกสารที่ทาง BOI อนุมัติ (ประทับตราครุฑสีแดง) ทาง Vendor ไม่ได้นำไปปรับยอดบัญชี เนื่องจากไม่ทราบว่าสามารถทำได้ และไม่ได้เก็บเอกสารฉบับจริงไว้ กรณีนี้ทางเรา 1. สามารถขออนุญาตทาง BOI ให้ออกเอกสารให้ใหม่ได้หรือไม่? 2. เวลาผ่านไปเกือบ 3ปี ทาง Vendor ยังคงนำไปปรับยอดได้หรือไม่ มีเงื่อนไขระยะเวลาหรือไม่?
1. ได้ โดย IC จะเป็นผู้ออก report-v ให้ โดยมีขั้นตอนคือ
– เวนเดอร์แจ้งความเอกสารหาย
– ส่งใบแจ้งความให้บริษัทที่โอนสิทธิ เพื่อให้ยื่นต่อ IC ให้ออก report-v ฉบับใหม่แทนฉบับเก่าที่หาย
2. ใบขนขาออก และ report-v ต้องนำมาตัดบัญชีใน 1 ปี นับจากวันส่งออก หรือวันที่ออก report-v หากมีเหตุอันสมควรสามารถขอขยายเวลาออกไปได้อีกไม่เกิน 1 ปี ตาม ประกาศที่ ป.3/2556 เรื่อง วิธีปฏิบัติในการใช้สิทธิและประโยชน์ยกเว้นอากรขาเข้าสำหรับวัตถุดิบและวัสดุจำเป็น เพื่อใช้ในการผลิตเพื่อส่งออก
ในกรณีของทางบริษัทคือดำเนินการตัดบัญชีในส่วนสูญเสียกับ BOI แล้ว แต่ต้องนำเอกสารอนุมัติจาก BOI (ไม่ใช่ report V ที่ออกโดย IC) ไปปรับยอดที่ IC ซึ่งในขั้นตอนปรับยอดที่ IC นี้ไม่ได้ดำเนินการ
ขอโทษด้วย คือเป็นเคสที่บริษัท A ยื่นขอตัดบัญชีส่วนสูญเสียต่อ BOI พร้อมกับขอโอนสิทธิการตัดบัญชีวัตถุดิบจากส่วนสูญเสีย ให้กับบริษัท B
1. กรณีนี้จะมีปัญหา เนื่องจากใบโอนสิทธิตัดบัญชีวัตถุดิบจากส่วนสูญเสีย ที่ออกให้กับ B นี้ จะไม่มีเลขที่และวันที่กำกับในเอกสาร จึงจะตรวจสอบไม่ได้ว่าใบโอนสิทธิดังกล่าว มีอายุเกิน 1 ปีแล้วหรือไม่ ความเห็นส่วนตัว จึงเข้าใจว่า บริษัท B น่าจะนำไปปรับยอดได้
2. กรณีที่ใบโอนสิทธิดังกล่าวหาย จะเกิดปัญหาคือ จะตรวจสอบไม่ได้ว่า บริษัท B เคยมีการนำใบโอนสิทธินั้นไปตัดบัญชีแล้วหรือไม่ เพราะใบโอนสิทธินั้น ไม่มีเลขที่กำกับ ต่างกับกรณี report-v ซึ่งสามารถตรวจสอบได้ว่า มีการตัดซ้ำหรือไม่
หากคิดในแง่ลบ เช่น บริษัท B อาจไม่ได้ทำใบโอนสิทธิหาย แต่ไปแจ้งความว่าเอกสารหาย เพื่อให้ออกใบโอนสิทธิใหม่ จึงจะมีใบโอนสิทธิ 2 ชุด และสามารถนำไปตัดบัญชีได้ 2 ครั้ง ซึ่งไม่ถูกต้อง
กรณีนี้เข้าใจว่า BOI น่าจะไม่มีหลักเกณฑ์ปฏิบัติที่ชัดเจน จึงแนะนำว่าควรขอรับคำปรึกษาจาก จนท ผู้ดูแลโครงการของบริษัทโดยตรง
ทางบริษัทต้องการขาย scrap แต่ตอนที่นำเข้าวัตถุดิบมาจากต่างประเทศได้ใช้สิทธิประโยชน์ทาง BOI ในการลดหย่อนภาษี ดังนั้นถ้าต้องการที่จะขาย scrap ต้องหาบริษัทที่รับซื้อ scrap ที่มี BOI ด้วยหรือไม่
scrap ที่เกิดขึ้นจากวัตถุดิบที่นำเข้าโดยยกเว้นภาษีตามมาตรา 36(1) แบ่งเป็น 2 กรณี ซึ่งต้องดำเนินการขออนุญาตต่างกัน ดังนี้
ส่วนสูญเสียในสูตรการผลิต
– ยื่นขอชำระภาษีตามสภาพเศษ
– ชำระภาษีให้เสร็จสิ้นก่อน จึงจะจำหน่ายได้
– ไม่ต้องนำมาตัดบัญชี (ปรับยอด) อีก
ส่วนสูญเสียนอกสูตรการผลิต
– ขออนุมัติวิธีทำลาย
– ทำลายให้เป็นเศษซากตามวิธีที่ได้รับอนุมัติ
– ให้บริษัท inspector ที่ได้รับมอบหมายตรวจสอบการทำลาย และออกหนังสือรับรอง
– ยื่นขอชำระภาษีตามสภาพเศษซาก และขอตัดบัญชี
– ชำระภาษีให้เสร็จสิ้นก่อน จึงจะจำหน่ายได้
– นำหนังสืออนุมัติและหลักฐานการชำระ ไปยื่นตัดบัญชี (ปรับยอด)